วัฒนธรรมทางการเมืองของคิวบา
posted on 12 Dec 2008 19:44 by politics-cuba
แหะ ๆ เมื่อวานบอกมีแถม แต่ที่ไหนได้
ไม่ได้พิมพ์ซะงั้นมัวแต่อ่านบอร์ดอื่นเพลินซะจนลืม
แต่ตอนนี้เอามาลงแล้วจ้า ไปอ่านกันเล้ยยย...
วัฒนธรรมทางการเมืองของคิวบาเป็นแบบอำนาจนิยมที่ได้สั่งสมมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี ตลอดเวลาที่สเปนปกครองคิวบานั้น สเปนได้ใช้วิธีการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางภายใต้การปกครองของผู้ว่าที่ส่งมาจากสเปน แม้จะมีคณะกรรมการบริหารแต่ละเมืองแต่คณะกรรมการเหล่านนี้ก็ต้องรับนโยบายจากผู้ว่าการ และอำนาจสิทธิ์ขาดทั้งหมดก็อยู่ที่ผู้ว่าการซึ่งเป้นตัวแทนของกษัตริย์สเปน ชาวอาณานิคมทั้งที่เป็นชาวสเปนและชาวผิวดำแอฟริกันไม่มส่วนร่วมในการปกครองประเทศ
ต่อมาในสมัยที่อเมริกาเข้ามาปกครองปกครองคิวบาในเวลาอันสั้น แม้อเมริกาจะแสดงให้เห็นว่า ได้พยายามที่จะช่วยคิวบาวางรากฐานการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยสนับสนุนให้มีรัฐธรรมนูญและสถาบันทางการเมืองเหมือนของสหรัฐอเมริกา แต่ในทางปฏิบัติ การปกครองของอเมริกาก็คล้ายคลึงกับของสเปน คือ มีผู้ว่าการฝ่ายทหารที่มีอำนาจเด็ดขาดเข้ามาควบคุมดูแล
ครั้นเมื่อคิวบาเป็นเอกราชโดยสมบูรณ์ ระบอบประชาธิปไตยของคิวบาก็มีอายุไม่ยืนยาว ทั้งนี้เพราะผู้นำส่วนใหญ่ต่างก็นิยมใช้อำนาจเด็ดขาดปกครองประเทศ จนในที่สุดก็ได้ใช้กำลังทหารยึดอำนาจการปกครอง ทำให้ประเทศตกอยู่ในระบบเผด็จการอีกครั้งหนึ่ง (เห็นได้ชัดจากกรณีประธานาธิบดีบาติสต้า)
เมื่อฟิเดล คาสโตร ขึ้นสู่อำนาจก็ได้ปกครองประเทศด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นรูปแบบการปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ประชาชนคิวบาจึงอยู่ภายใต้การปกครองระบอบเผด็จการมาเกือบโดยตลอด ประชาชนมีความเคยชินกับกระบวนการทางการเมืองที่มีผู้นำเด็ดขาด มีบุญบารมีเป็นที่ยอมรับของประชาชน ซึ่งทำให้การตัดสินใจทางการเมืองจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง อุดมการณ์ทางการเมือง สถาบันทางการเมือง และการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชนไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดนโยบาย หรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ
เมื่อประธานาธิบดีบาติสต้า ยังอยู่ในตำแหน่ง อำนาจบริหารประเทศทั้งหมดอยู่ที่ประธานาธิบดีแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น เมื่อบาติสต้าหลบหนีออกไปนอกประเทศในปี ค.ศ. 1958 สถาบันทางการเมืองเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ กรมตำรวจ รัฐสภา หรือศาลจึงไม่สามารถปฏิบัติราชการต่อไปได้เพราะขาดผู้สั่งการ และเมื่อฟิเดล คาสโตร เข้ามายึดอำนาจการปกครองแล้ว ฟิเดลเองก็ไม่ได้อาศัยกองทัพ พรรคการเมือง สหภาพกรรมกร หรือจนชั้นชานารายย่อยเป็นกำลังสนับสนุน อีกทั้งยังไม่มีอุดมการณ์ซึ่งโน้มน้าวให้มวลชนสนับสนุนการปฏิวัติเลย คงมีเพียงชนชั้นกลางจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ให้การสนับสนุนอย่างแท้จริง ฟิเดล คาสโตรจึงเป็นผู้นำที่โดดเด่นแต่เพียงผู้เดียว ประชาชนเห็นด้วยและสนับสนุนฟิเดล คาสโตร ก็เพราะต้องการให้โค่นล้มบาติสต้าและระบอบเผด็จการเท่านั้น เมื่อฟิเดล คาสโตร ทำได้สำเร็จ ประชาชนก็ยอมรับในตัวฟิเดล คาสโตรในฐานะผู้นำ ไม่ใช่พรรคหรืออุดมการณ์ใดๆ แม้ฟิเดล คาสโตร จะใช้อำนาจเผด็จการเช่นเดียวกับบาติสต้า แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยอมรับการปกครองและการนำของฟิเดล คาสโตร ในฐานะวีรบุรุษที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในสังคม และมุ่งสร้างคิวบาให้เป็นรัฐเอกราชที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง นอกจากนั้นคุณสมบัติส่วนตัวของฟิเดล คาสโตร ที่เป็นผู้ก่อตั้งและผู้นำขบวนการปฏิวัติมาโดยตลอด ย่อมเป็นที่ยอมรับนับถือของบรรดาทหารจรยุทธ์ ซึ่งต่อมาได้เป็นผู้ที่รับผิดชอบตำแหน่งสำคัญๆของประเทศ
การยึดมั่นในตัวบุคคลโดยไม่ให้ความสำคัญต่อสถาบันทางการเมืองและอุดมการณ์ทางการเมืองนี้เรียกว่า "ลัทธิบูชาตัวบุคคล" (Personalismo) ซึ่งสนับสนุนให้เกิด"ผู้นำ"(Caudillo) ที่มีอำนาจเด็ดขาดสูงสุด เป็นสัญลักษณ์และศูนย์รวมของทุกสิ่งทุกอย่างในสังคมการเมือง ดังนั้น การริเริ่มหรือการกระทำใดๆที่เป็นของฟิเดล คาสโตรจึงเป็นที่มาของแนวนโยบายแห่งรัฐ
ในระยะแรกที่เริ่มทำการปฏิวัตินั้น มีบุคคลจำนวนมากที่เชื่อว่าฟิเดล คาสโตร ยังไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ เพราะฟิเดลมุ่งเพียงแต่โค่นล้มรัฐบาลเผด็จการของบาติสต้า และขจัดอิทธิพลของอเมริกาให้หมดไปจากคิวบาเท่านั้น จึงเป็นเพียงนักชาตินิยมและนักปฏิวัติหัวก้าวหน้า ฟิเดลไม่เคยศึกษาสรรนิพนธ์หรือทฤษฎีปฏิวัติของนักคิดคอมมิวนิสต์คนใดคนหนึ่งอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นของคาร์ล มาร์กซ์ เลนิน เหมาเจ๋อตุง หรือโวเหงียนเกี๊ยบ อุดมการณ์และความคิดของผู้นำคอมมิวนิสต์เหล่านี้เพิ่งจะเข้าไปมีอิทธิพลต่อความคิดของฟิเดลในภายหลัง แม้แต่หนังสือพิมพ์ปราฟดาของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตฉบับวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 1959 ก็ยังลงข่าวการยึดอำนาจรัฐของฟิเดล คาสโตรว่า ฟิเดลเป็นนักชาตินิยมผู้ต่อต้านเผด็จการและจักรวรรดินิยมแต่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ ฟิเดลได้แรงบันดาลใจในการปฏิวัติมาจากโฮเซ่ ฮูเลียน มาตร์ตี ผู้ก่อตั้งพรรคปฏิวัติคิวบาในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 Simon Bolivar นักปฏิวัติชาวเวเนซูเอลา และวีรบุรุษที่มีลักษณะ "ผู้นำ" คนอื่นๆของลาตินอเมริกา
ในภายหลังเมื่อฟิเดลประกาศตนอย่างเปิดเผยว่าเป็นคอมมิวนิสต์และจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้น ประชาชนผู้นิยมและยกย่องศรัทธาฟิเดล คาสโตร ก็พร้อมที่จะเป็นคอมมิวนิสต์ไปตามผู้นำ ดังนั้น แกนนำในการปฏิวัติที่แท้จริงคือ ฟิเดล คาสโตร ไม่ใช่พรรคคอมมิวนิสต์ จำรวนชาวคิวบาที่เป็น "ผู้นิยมคาสโตร" (castrist) มีมากกว่า "ผู้นิยมคอมมิวนิสต์" เสียอีก
ในปัจจุบันได้มีการส่งเสริมลัทธิบูชาตัวบุคคลของฟิเดล คาสโตรทั่งทั้งสังคมคิวบา นับตั้งแต่เยาวชนรุ่นเล็กจนถึงประชาชนทั่วไป ทุกคนจะได้รับการอบรมให้เคารพยกย่องฟิเดล คาสโตร เหมือนกับที่ชาวีนเคยคลั่งไคล้ประธานเหมาเจ๋อตุง หรือชาวเวียตนามเคารพรักโฮจิมินห์ หรือชาวเกาหลีเหนือศรัทธาคิมอิลซุง มีบทเพลงชื่อ "ทุกคนร่วมกับฟิเดล" (Todos con Fidel) เป็นที่นิยมร้องกันไปทั่ว สถานที่หรือสิ่งของที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวประวัติของฟิเดล คาสโตร จะได้รับการยกย่องให้มีความสำคัญต่อชาต เช่ย ค่ายทหารที่มอนกาดา "ศูนย์การศึกษา 26 กรกฎาคม" เป็นต้น นอกจากนั้น โฮเซ่ ฮูเลียน มาร์ตี และเช กูวาร่า ก็ได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษของชาติเช่นกัน
การปฏิวัติไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ของคิวบาประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง เป็นเพราะการปฏิวัติเริ่มต้นจากการสร้างผู้นำซึ่งเป็นที่ศรัทธาในหมู่ประชาชน แล้วให้ประชาชนปฏิบัติตามคำสั่งของผู้นำ ถ้าการปฏิวัติเริ่มต้นจากการปลูกฝังอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ให้ประชาชนเกิดจิตใต้สำนึกในการปฏิวัตด้วยตนเองแล้ว ก็อาจจะประสบผลสำเร็จช้ามากหรือไม่ประสบผลสำเร็จเลย
อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วรู้สึกทึ่งในตัวฟิเดล คาสโตร เหมือนกันมั้ย??? ชาวคิวบาศรัทธามากๆเลย มีอำนาจมากกว่าพรรคคอมมิวนิสต์คิวบาซะอีก เอิ๊กๆๆ ขนาดเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ ประชาชนยังยินดีเปลี่ยนตาม...
ตอนต่อไปเราจะมารู้จักกับผู้นำคนสำคัญทางการเมืองของคิวบากัน
ฝากคำถามนิดนึง
"คิดว่าวัฒนธรรมทางการเมืองของประเทศไทยเป็นเช่นไร และคิดว่ามีโอกาสเกิดเหตุการณ์เหมือนคิวบาหรือไม่"
แหะๆรู้สึกคำถามมันจะไม่นิดหน่อยแระ แอบยาววว อิอิ
ยังไงก็ลองแสดงความคิดเห็นกันนะค๊า ^O^

ส่วนคำถามขออนุญาติไม่ตอบ ใจจิง ไม่อยากให้เหมือนอ่ะนะ
#1 By แดงน้อย เนินกระโทก ผู้มีภูเขามาบังอยู่หน้าบ้าน.. on 2008-12-12 21:22